อย่าลืมช่วยกันอุดหนุน NED ด้วยนะครับ + Boom Magazine ด้วยนะครับ
ไว้ถ้ามีแปลไทย หรือที่ไหนมีแปลไทยจะเอามาลงให้นะครับ
credit: Nikovaskios (Thai Translation Manga)
thanks: Nikovaskios (B4Th - Spoiler Manga)
thanks: Jojohot (RAW Manga)
thanks: BinkTopia (English Translation Manga)
credit: Dattebayo Fansubs (English Subtitle Anime)
B4Th - http://www.bleach4th.com/
Nikovaskios :
จากกระทู้ที่ตั้งไว้แล้วนะครับเกี่ยวกับ เรื่องที่บูมมาเรียกร้องเรื่องลิขสิทธิ์กัน (ใครยังไม่รู้เรื่องไปอ่านซะที่ฟอรั่มสปอย์ล) ทางเราจำเป็นต้องเห็นใจทางบูมเค้าเหมือนกัน เพราะมันเป็นอาชีพหาเลี้ยงลูกเมียสามีของเค้า หวังว่าทางผู้อ่านคงเข้าใจนะครับ ทางเราจะมีการลงรูปให้ดูบางรูปและใส่คำบรรยายเรื่องในแนวนิยาย สำหรับท่านที่ต้องการอ่านแบบการ์ตูนเต็มรูปแบบก็ขอให้อุดหนุนรวมเล่มหรือบูมละกันนะคร้าบบบซึ่งบูมในปัจจุบันก็ช้ากว่าเน็ตมะกี่ตอน
Bleach 315 : March Of The Death มรณะเคลื่อนพล
Pic : Jojohot
Scrip : Nikovaskios
“จากลาสโนเชสสู่คาราคุระ นี่แหละ…………..สมรภูมิ!!!!!!!”
จากตอนที่แล้วที่ไอเซ็น ประกาศเปิดศึกเต็มรูปแบบกับทางโซลโซไซตี้ และทางโซลโซลโซไซตี้เองก็ไม่น้อยหน้า ยกพลโยธากันมาหมายตะลุมบอนกันให้สิ้นซาก นำโดย ปูเฒ่ายามาโมโตะ เก็นริวไซ มาประจันหน้ากับไอเซ็นที่ดูจะไม่เกรงกลัวต่อกองทัพยมทูตเบื้องหน้าแม้แต่น้อยแม้ตัวเองจะมาโดยลำพังเดี่ยวโดด
“ก็ไม่เห็นรึไง ตอนนี้ได้เวลาปิดบัญชีกันซะที”
“เป็นไปไม่ได้ เล่นให้พวกหัวหน้าหน่วยทุกคนใช้พลังได้เต็มที่ทุกคนแบบนี้ ขืนไปรบกันในเมืองคาราคุระแบบนี้ มีหวังเมืองได้ถูกทำลายย่อยยับแน่”
เป็นแช้ด………หนุ่มลูกครึ่งผิวมืด เจ้าของแขนคู่อวตาร เอ๊ย แขนคู่ยักษ์มารอันเลื่องลือ ถามคำถามต่ออุโนะฮานะ หัวหน้าหน่วยแอบโหดของหน่วยพยาบาลโลกวิญญาณ
“ก็อย่างที่ข้าบอก หัวหน้าใหญ่มีคำสั่งให้หัวหน้าหน่วยและรองทุกคนอยู่ในสภาพพร้อมร บได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรบกันเหนือเมืองคาราคุระซะหน่อย”
เบียคุยะ กล่าว แก่น้องเมียอันเป็นที่รักของตน
จากนั้นมายูริจึงอธิบายกลยุทธ์การศึกของโซลโซไซตี้ ว่าเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นกับเมืองคาราคุระ ซึ่งจะเกิดขึ้นแน่ๆ ถ้ามียมทูตระดับหัวหน้าหน่วยหลายๆคน มาเปิดศึกกับอารันคาร์ระดับเอสปาด้า หรือ ไอเซ็น ด้วยพลังเต็มที่แบบนี้ เมืองทั้งเมืองคงกลายเป็นซากแน่ๆ
ทางโซลโซไซตี้ จึงจะมีการใช้ “เท็นไคเคชซู” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับประตูเซ็นไกมอน (ประตูเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโซล โซไซตี้ ติดเครื่องแปลงอณูวิญญาณเพื่อให้วัตถุในโลกมนุษย์แปรสภาพเป็นวัตถุวิญญาณได้) แต่มีรัศมีกว้างกว่ากันหลายร้อยเท่าถึงหนึ่งลี้วิญญาณ(ครอบคลุมทั้งเมือง) และเป็นเครื่องมือที่อุราฮาระสร้างขึ้น ย้ายเมืองคาราคุระทั้งเมืองไปไว้ยังโซล โซไซตี้ ณ ขอบนอกสุดของเขตเมืองลูคอน แล้วย้ายเอาขอบนอกสุดของเมืองลูคอนมาแทนตำแหน่งที่ตั้งของเมืองคาราคุระเดิม โดยสุดขอบของเมืองลูคอนนั้น หัวหน้าใหญ่ยามะโมโตะได้จัดการให้กองวิจัยวิทยาการช่วยจัดฉากตกแต่งให้กลายเป็นเมืองคาราคุระจำลองเรียบร้อยเพื่อหลอกตาไอเซ็น ส่วนบรรดาชาวเมืองคาราคุระนั้น อุโนะฮานะอธิบายว่าใช้วิธีทำให้หลับกันทั้งเมือง แล้วย้ายไปพร้อมๆ กับเมืองเลย และเขตลูคอนที่ย้ายมาแทนที่นั้นก็เป็นเพียงเขตว่างเปล่าไม่มีใครอาศัย เพราะงั้นถึงสู้กันจนฟ้าถล่มก็ไม่เป็นปัญหา
“อืมม……….ดูเหมือนจะทันเวลานะ”
“ทันเวลารึ มีความมั่นใจอันใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้นออกมา ข้ารู้แล้วว่านั่นน่ะไม่ใช่เมืองคาราคุระ แต่นั่น………ไม่ได้เป็นปัญหากับข้าสักนิด” กล่าวจบไอเซ็นจึงเอ่ยปากเรียกกองกำลังของตนออกมา
“สตาร์ก บารากัน ฮาริเบล………ออกมาได้แล้ว”
สิ้นเสียงประชุมพล มิติบนท้องฟ้าใต้ตำแหน่งที่ไอเซ็นยืนอยู่ ก็พลันเกิดจุดบิดเบี้ยวขึ้นสามจุด เป็นอาการของ “การ์กันตาร์” ประตูมิติที่อารันคาร์ใช้สัญจรไปมาระหว่างโลกมนุษย์และ ฮูเอโก้มุนโด้ อาการบิดเบี้ยวนั้นขยายตัวขึ้นแล้วจึงแยกออก ปรากฏร่างของอารันคาร์สามกลุ่ม ก้าวออกมาอย่างแช่มช้า แต่ทว่านำพาพลังกดดันวิญญาณสุดสะพรึงมาด้วย
ฮาริเบล เอสปาด้าสาวสุดอึ๋ม เจ้าของฉายา “หนองโพรสช๊อคโกแลต”(หุหุ ตั้งเอง ^^) เดินนำ อารันคาร์คนสนิท อีกสามตนออกมา อันประกอบด้วย อาเปชเช่ อารันคาร์สาวทอมบอย มิร่าโรส อารันคาร์สุดเซ็กซี่ทว่าปากดี และซุนซุน เรียบเฉยที่สุดในกลุ่ม แต่ทว่าดูสุขุมมั่นคงอยู่ในที
สตาร์ก เอาปาด้าผู้ง่วงเหงาหาวนอนเอือมโลก ก้าวออกมาพร้อมทำหน้าละเหี่ย ทางด้านหลังมีทหารคนสนิท ลิลิเน็ต ผู้ไม่เคยให้ความเคารพหัวหน้าตัวเองไปมากกว่าเพื่อนที่เล่นหัวกันได้
และที่ตำแหน่งกลางใต้ที่ไอเซ็นยืนอยู่พอดี คือ เอสปาด้าผู้เฒ่า ผู้ที่ริ้วรอยบนใบหน้าบ่งบอกถึงความแก่เก๋า เจ้าของนาม “บารากัน” นามสุดท้ายในบรรดาเอสปาด้าที่ได้เผยให้รู้กัน พาร่างตันแน่นออกมา พร้อมชุดสวมใส่ที่ออกแบบมาเพื่อให้ดูเป็นราชาโดยเฉพาะ ที่เอวคาดไว้ด้วยเส้นเข็มขัดขนาดใหญ่สามเส้น ซึ่งใช้ผูกติดกับสิ่งของทรงประหลาดรูปร่างคล้ายจักรที่อาจเป็นอาวุธของพ่อเฒ่าผู้นี้ และ ณ เบื้องหลัง ไป อารันคาร์ร่างยักษ์บ้างเล็กบ้างสี่นายก็ก้าวตามออกมาอย่างเงียบๆ
“แต่กว่าจะถึงตอนนั้น……………..ดูแล ลาสโนเชสด้วยนะ”
“อุลคิโอร่า”
ณ ภายในห้องบัลลังค์ของไอเซ็นที่โอริฮิเมะยืนอยู่ บัดนี้เกิดรอยแตกขึ้นที่มิติอากาศในห้อง จากนั้นมือสีขาวอมเขียวซีดเซียวก็ทะลวงผ่านรอยแตกนั้นออกมา เปิดให้มิติกว้างขึ้น ร่างสูงโปร่ง ผอมเกร็งร่างหนึ่งก้าวออกมา ด้วยแววตาเหม่อลอย รอยดำที่คาดลงมาจากตาผ่านหน้าดุจหยาดน้ำตาของผู้สูญเสียสิ่งอันเป็นที่รัก พร้อมสองมือที่ยังซุกกระเป๋าอยู่ตลอด ซึ่งมีเพียงอิจิโกะเท่านั้นที่ทำให้บุรุษผู้นี้ชักมือออกจากกระเป๋าได้ เจ้าของร่างหันมามองตามเสียงเรียกไอเซ็นเหมือนจะรับรู้สิ่งที่จอมทัพตนสั่งจากอีกมิติหนึ่ง
“ครับ…….ท่านไอเซ็น”
อุลคิโอร่านั่นเอง ผู้ที่หายไปแล้วทั้งหมด 38 ตอน รวมทั้งสิ้น 9 เดือนกว่า!!!!
อิจิโกะที่กำลังอยู่กับเคมปาจิ สัมผัสรับรู้ได้ถึงก้อนวิญญาณขนาดมหึมาที่อยู่ใกล้ๆโอริฮิเมะ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่สิ่งเดียวที่รู้คือ “อันตรายแน่ๆ” อิจิโกะกล่าวขึ้นมาลอยๆ โดยที่ยังหันหลังให้เคมปาจิอยู่
“เคมปาจิ………..นายว่าหน้าที่ชั้นคือการปกป้องเมืองคาราคุระใช่มั้ย?”
ไม่มีเสียงตอบจากหัวหน้าหน่วย 11 แต่ทว่าความเงียบนั้นคือคำว่าใช่
“ผิดแล้ว หน้าที่ชั้นคือปกป้องผองเพื่อนต่างหาก”
สิ้นเสียงอิจิโกะ เจ้าของเสียงก็ถลันพุ่งขึ้นไปบนอากาศ เหยียบอณุวิญญาณที่สร้างขึ้นมาใช้หยั่งเท้า ก้าวทะยานผ่านฟากฟ้า มุ่งไปสู่เป้าหมายคือวังของไอเซ็นที่โอริฮิเมะอยู่ทันที
อุลคิโอร่าที่กำลังก้าวเดินอยู่ต้องหยุดชะงัก เมื่อสัมผัสถึงพลังวิญญาณของอิจิโกะ แล้วหันกลับมามองทิศทางที่เจ้าหัวส้มกำลังมา หรี่ตาลงเล็กน้อยแฝงด้วยความพลุ้งพล่านในใจ
“เข้ามาเลย คุโรซากิ อิจิโกะ”

Anime: Bleach Episode 165 [ คลิกดูรูปใหญ่ ]
แปลอังกฤษ (BinkTopia) : สำหรับผู้สนใจดูภาพทั้งหมด (แต่เป็นภาษาอังกฤษนะครับ)
คลิกที่นี่ (โอสต่างประเทศ)
edit @ 22 Mar 2008 10:48:46 by ๐DeArr@nc'๐
...........ท่านมายูริ