อย่าลืมช่วยกันอุดหนุน NED ด้วยนะครับ + Boom Magazine ด้วยนะครับ
ไว้ถ้ามีแปลไทย หรือที่ไหนมีแปลไทยจะเอามาลงให้นะครับ
credit: The Last Supper (Thai Translation Manga)
thanks: The Last Supper (B4Th - Spoiler Manga)
thanks: BinkTopia (English Translation Manga)
credit: Dattebayo Fansubs (English Subtitle Anime)
B4Th - http://www.bleach4th.com/
Nikovaskios :
จากกระทู้ที่ตั้งไว้แล้วนะครับเกี่ยวกับ เรื่องที่บูมมาเรียกร้องเรื่องลิขสิทธิ์กัน (ใครยังไม่รู้เรื่องไปอ่านซะที่ฟอรั่มสปอย์ล) ทางเราจำเป็นต้องเห็นใจทางบูมเค้าเหมือนกัน เพราะมันเป็นอาชีพหาเลี้ยงลูกเมียสามีของเค้า หวังว่าทางผู้อ่านคงเข้าใจนะครับ ทางเราจะมีการลงรูปให้ดูบางรูปและใส่คำบรรยายเรื่องในแนวนิยาย สำหรับท่านที่ต้องการอ่านแบบการ์ตูนเต็มรูปแบบก็ขอให้อุดหนุนรวมเล่มหรือบูมละกันนะคร้าบบบซึ่งบูมในปัจจุบันก็ช้ากว่าเน็ตมะกี่ตอน
The Last Supper :
คำเตือน เนื่องจากสปอยล์ตอนนี้มีการบรรยายของตัวละครสูงมาก สำหรับผู้ที่ไม่ชอบอ่าน\
หรือเหนื่อยล้าทางเราขอแนะนำว่าไปดูวิวทิวทัศน์พักสายตาซักครู่
สวัสดีครับทุกท่าน ขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผม The Last Supper หรือแบงค์คุงจะมารับ
หน้าที่เล่าสปอยล์ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปนะครับ ยังไม่มั่นใจกับสำเนียงการแปลของผมเท่าไหร่ อาจจะ
ไม่ดีเยี่ยมแบบพี่นิคก็ต้องขออภัยนะครับ สำนวนอะไรที่ขัดหูขัดตาก็ช่วยเกลาๆหน่อยละกันนะครับ
ผมมือใหม่หัดเล่าน่ะครับ ส่วนเนื้อเรื่องคร่าวๆของตอนนี้จะพูดถึงความเป็นมาของหน่วยลับและ
รายละเอียดของ”รังหนอน”ซึ่งตอนนี้มีแต่ตัวอักษรครับ ขอย้ำ ตัวอักษรเป็นพรืด ลำบากมากมายที่
จะเรียบเรียง คนเรียบเรียงก็สุดจะขี้เกียจ
แพล่มมาพอสมควรแล้วนะ เรามาติดตามกันต่อดีกว่า...
“ชิโฮอิน โยรุอิจิ” และองครักษ์คู่ใจ “ฟงเชาหลิน” หรือซุยฟง อยู่ที่หน่วยประจำการของตนนั้น ก็ได้รับแจ้ง
จากเจ้าหน้าที่ของหน่วยลับคนหนึ่งถึงเรื่องที่อุราฮาระและลูกน้องของเขาได้เข้าไป”รังหนอน”ซะแล้ว ทางฝ่าย
โยรุอิจิก็ไม่สนใจ พร้อมกล่าวอีกว่า “ช่างเถอะๆ ก็ปล่อยให้เค้าเข้าไปนั่นแหละ” ฝ่ายซุยฟงที่พยายามจะห้าม
ปรามกลับถูกโยรุอิจิเบรกพร้อมเหตุผลที่ว่า “ปล่อยให้เข้าไปนั่นแหละ เจ้านั่นคงมีความคิดอะไรบางอย่างอยู่
ถึงได้เข้าไปในรังหนอนพร้อมกับลูกน้องน่ะ ”
เจ้าตัวก็ยอมไปโดยดี (ไม่ใช่นี่หว่า ในสแกนมันลากคอชัดๆ) ระหว่างที่เดินไปด้วยกันนั้น
ก็ได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของหน่วยลับ
รับตำแหน่งในหน่วยนี้ ถ้าหากว่าอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยใน 13 หน่วยพิทักษ์ ก็จะกลายเป็นว่า
หน่วยนั้นมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นโดยตรงกันกับหน่วยลับ ด้วยเหตุนี้เหล่านักสู้มีลำดับทั้งหลาย
ของหน่วยที่ 2 อันเป็นหน่วยที่โยรุอิจิควบอยู่ด้วยนั้น ก็จะมีหน้าที่ต่างๆในหน่วยลับ อาทิเช่น
หัวหน้าในฝ่ายต่างๆของหน่วยลับ ส่วนอุราฮาระที่มีตำแหน่งเป็นถึงอดีตนักสู้ลำดับสาม มีหน้าที่ดูแล
หน่วยย่อยที่สามซึ่งทำหน้าที่คุมขังนักโทษ อีกนัยหนึ่งก็คือพัศดีนั่นเอง
อีกหน้าที่หนึ่งของหัวหน้าหน่วยย่อยที่ 3 ก็คือ “พิพากษา ควมคุมตัว และกักขังผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะ
เป็นอันตราย หรือขัดขวางหน้าที่อันพึงกระทำของ 13 หน่วยพิทักษ์”
หลังจากการบรรยายชวนหลับของอุราฮาระ ฮิโยริก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“ก็คล้ายๆผู้คุมเรือนจำดีๆนี่แหละน่า”
ส่วนอุราฮาระก็พยายามอธิบายต่อไป.....
“ไม่ใช่ ก็ใกล้เคียงนั่นแหละครับ”
“พวกเราถูกเรียกว่า “พัสดี” นั่นแหละครับ”
เมื่อเห็นสีหน้าของฮิโยริที่มึนตึงอยู่ก็พยายามอธิบายต่อไป
“หน้าที่ของพวกเราหน่วยย่อยที่สามก็คือ“การควบคุมบุคคลที่เป็นอันตราย”
ซึ่งผมก็คอยควบคุมดูแลน่ะครับ”
“ก็เป็นผู้คุมธรรมดาๆนั่นแหละว้า....”
“ผมบอกแล้วไงละครับว่านั่นน่ะเค้าเรียกว่า“พัสดี”น่ะ”
เมื่อเห็นฮิโยริที่ยังมึนๆงงๆกับรายละเอียดของหน่วยย่อยที่ 3 อุราฮาระก็ตัดสินใจตัดความว่า “
หน้าที่ของเราก็คุมขัง กักกันตัวต้นเพลิงแห่งความอันตรายยังไงละครับ”
คิซึเกะพูดพลางชี้มือไปยังที่ทำการหน่วยที่สองซึ่งอยู่ไกลๆ พร้อมพูดว่า
“หลังที่ทำการหน่วยสองยังมีที่คุมขังใต้ดินพิเศษสำหรับ “ผู้ที่ถูกควบคุมแบบพิเศษ”......”
“คุกใต้ดินนั้นถูกขนานนามว่า...... “รังหนอน” น่ะครับ”
หลังจากผ่านการตรวจสอบและรับฝากอาวุธกับผู้คุมที่หน้าประตูแล้ว
ทางฝ่ายอุราฮาระก็ไม่รีรอที่จะเข้าไปยังถ้ำใต้ดินที่คุมขังนักโทษชั้นอ๋องในทันที
หลังจากที่ฮิโยริได้สัมผัสกับบรรยากาศที่ชวนอึดอัดใน”รังหนอน”แล้ว ก็ได้ออกความคิดเห็นเปรยๆมาว่า
“ถ้ำนี่มันก็ไม่ต่างอะไรกับนรกเลยนี่นา นี่เจ้าขังคนไว้ในที่บ้าๆแบบนี้ด้วยรึ”
ทางฝ่ายอุราฮาระก็ตอบกลับไปว่า
”ครับ สถานที่นี้ออกจะแปลกๆไปซักหน่อย แต่”ถ้ำ”นี่แหละครับ ใช้คุมขังนักโทษไม่ผิดแน่”
“เข้าไปดูกันเถอะครับ....”
หลังจากที่พูดจบแล้ว อุราฮาระก็พลันเปิดประตูพาฮิโยริเข้าไปสู่ที่คุมขังของนักโทษ สภาพของ
ห้องคุมขังนั้นไม่ต่างอะไรกับสถานที่ทั่วๆไป ถ้ำที่โอ่โถงสีขาวโพลน มีชั้นลอย มีโต๊ะรับประทานอาหาร
แบบธรรมดาๆทั่วไป แต่ในสภาพรวมๆของนักโทษนั้นกลับน่าสังเวชยิ่งนัก ราวกับมนุษย์ที่ไม่มีชีวิตจิตใจ
บ้างมีสีหน้าเหม่อลอยไปไกล บ้างก็กำลังทานอาหารกันอย่างบ้าคลั่ง สิ่งที่เหมือนกันอยู่ทุกผู้ของนักโทษ
ก็คือความไร้ชีวิตจิตใจดุจตุ๊กตาซึ่งใกล้จะหมดลานเต็มที และนี่คือสาเหตุที่เรียกสถานที่แห่งนี้ว่า”รังหนอน”
เนื่องจากความไร้ชีวิตจิตใจของนักโทษประดุจหนอนที่ได้แต่คลานไปคลานมาเท่านั้น
ทางฝ่ายฮิโยริที่ตกตะลึงกับสภาพของนักโทษแต่ละคนราวกับอยู่ในศรีธัญญาอยู่นั้น อุราฮาระก็พูดขึ้นว่า”
ถึงจะมีคนที่สงบเสงี่ยมแบบนี้อยู่บ้างก็เถอะครับ แต่ก็ขอให้ระวังหน่อยก็ดี เพราะบางทีก็มีพวกคลุ้มคลั่งก็
เยอะอยู่เหมือนกันนะครับ” หลังจากเดินไปซักพักหนึ่งฮิโยริก็โพล่งขึ้นว่า
“เจ้าพวกเนี้ยทำความผิดอะไร ถึงได้ถูกขังซะที่นี่ล่ะ”
ทางอุราฮาระก็ได้คลายความสงสัยของฮิโยริ โดยการอธิบายว่า
“พวกเค้าไม่ได้ทำผิดอะไรหรอกครับ ก็แค่ถูกตัดสินจากเซย์เรย์เทย์ว่าเป็นตัวอันตรายก็แค่นั้น”
ฝ่ายฮิโยริก็ยังมึนตึ้บ “อะไรกันละเนี่ย ข้าไม่เห็นจะเข้าใจเลยซักนิด”
พอเห็นฮิโยริถามเข้า อุราฮาระจึงถามกลับไปบ้างว่า “แล้วในตอนที่คุณมาประจำการอยู่ใน 13 หน่วยพิทักษ์น่ะ
เคยมีใครมั้ยครับที่ลาออกจาก 13 หน่วยพิทักษ์บ้างมั้ยละครับ” ฝ่ายเจ้าตัวที่ถูกย้อนถามก็งงๆแล้วตอบกลับไปว่า
ก็มีราวๆ 2-3 คนที่ลาออกไป พลันอุราฮาระได้ยินจึงได้บอกความจริงของ 13 หน่วยพิทักษ์อีกข้อหนึ่งว่า
“คุณฮิโยริครับ 13 หน่วยพิทักษ์ไม่มีการ”ลาออก”หรอกนะครับ”
“เมื่อต้องการจะหยุดงาน ก็ต้อง”ลาพักงาน”เท่านั้น ส่วนระบบ”คัดทิ้ง”น่ะ ใช้สำหรับคนที่ลาพักงานเกินไปหน่อย
(อีกนัยหนึ่งก็ปลดออกนั่นแหละ) ทาง 13 หน่วยพิทักษ์ไม่มีรับเรื่อง”ลาออก” เพราะอะไรรู้มั้ยครับ เพราะคำว่า
”ลาออก”น่ะ พวกเราก็รู้ๆกันดีอยู่ว่าคนๆนั้น“ถูกควบคุมตัวแบบพิเศษ”ยังไงละครับ ”
และยังอธิบายเสริมอีกว่า
“ส่วนทางฝ่ายที่อยู่เหนือจากเราคือ 46 ห้องวังกลางคิดว่า 13 หน่วยพิทักษ์คือองค์กรที่สูงส่ง เมื่อสอบเข้ามาแล้ว
จะลาออกเพราะสาเหตุที่ว่า”เข้ากับทางหน่วยที่ตนเองสังกัด”ไม่ได้ เพราะสาเหตุนี้ยังไงละครับ ถึงต้องดำเนินการ
บิดเบือนกับบุคคลที่ทำว่าจะ”ไปกันไม่ได้กับงาน”ให้กลายเป็น”ลาออก”เพราะมีความเสี่ยงต่อทาง 13 หน่วยพิทักษ์ของเราไงล่ะ”
“ในช่วงเวลาที่ผมควบคุมที่นี่อยู่ ก็รู้สึกว่า “สมควรขัง”แล้วหรือครับ เพราะแต่ละคนหาก
มีช่องทางที่ดีๆแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนจาก”อันตราย”ไปเป็นพลังที่ดีๆก็ได้นี่นา”
นักโทษร่างยักษ์ร่างหนึ่งคลุ้มคลั่งจะเข้าทำร้ายทั้ง 2 คนที่พูดคุยกันอยู่ ทางฝ่ายฮิโยริที่เตรียมชักดาบ
ด้วยอารามตกใจก็ไม่ทันนึกถึงว่า ดาบที่ตัวเองจะใช้ต่อสู้กลับอยู่ที่หน้าประตูเสียแล้ว.... ทางฝ่าย
นักโทษพุ่งไปหมายสังหารฮิโยริให้เละคามือกลับหยุดชะงัก!!
“ต้องขอโทษจริงๆนะครับ ทั้งๆที่ผมรู้ว่าพวกเราได้ฝากอาวุธไว้แล้ว แต่ก็ลืมเตือนคุณฮิโยริไปซะสนิท”
“เนื่องจากในที่คุมขังแห่งนี้ห้ามมิให้พกอาวุธทุกชนิด ดังนั้นสิ่งสำคัญของผู้ที่จะเป็น
หัวหน้าหน่วยคุมขังนั่นก็คือ หยุดนักโทษทุกคนด้วยมือเปล่าเพียวๆได้นั่นเองครับ”
ฝ่ายนักโทษที่กำลังโมโหเพราะที่ตนเองทุ่มพลังสุดแรงแต่กลับไร้ความหมายพยายามจะดันร่าง
ของอุราฮาระให้บี้เป็นไข่ดาวอยู่นั่น อุราฮาระจึงพูดด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม แต่ดวงตาเปี่ยมไปด้วยประกายเย็นชาว่า
“แย่จังเลยน้า แค่ผมไม่อยู่ไปแค่แปบเดียวกลับจำไม่ได้ซะอย่างนั้น แหม.....อุตส่าห์ดูแลอย่างดีแท้ๆ”
ตามมาด้วยเสียงดังกัมปนาทพร้อมๆกับเศษกระเบื้องคลุ้งไปทั่วอาณาบริเวณ
หลังจากที่ทำลายความน่าเชื่อถือของสุภาษิตโบราณ”ไม้ซีกงัดไม้ซุง”ไปแล้ว อุราฮาระก็พาฮิโยริ
ลงมาชั้นใต้ดินขึ้นอีกชั้นหนึ่ง สุดทางอุโมงค์นั้นกลับพบว่ามีห้องขนาดกลางๆ มีซี่กรงใหญ่ๆล้อมรอบอยู่
และมีคนผู้หนึ่งอยู่ภายในนั้น เห็นดังนั้นอุราฮาระจึงพูดกับฮิโยริว่า
“คุณฮิโยริ ดูนะครับ นั่นละคือตัวอันตรายของจริงที่ต้อง “ขังเดี่ยว” ในห้องนั้นยังไงละครับ”
ห้องนอกๆนัก ชายร่างผอมตัวซีดขาว ดวงตาไร้แววแห่งความมีชีวิตจิตใจ ใบหน้าที่
สวมหน้ากากสีดำ ใส่เครื่องแบบขาวแบบฉบับที่ลูเคียเคยใส่ มีโซ่อวบอ้วนแต่ซี่เล็กรัดพันขา
กับขาม้านั่งในคุก แสดงให้เห็นถึงความ”อันตราย”ของผู้ที่อยู่ในคุกได้เป็นอย่างดี
เสียงแหบพร่าของผู้ที่อยู่ในห้องขังเดี่ยวพลันเอ่ยว่า
“อุราฮาระ คิสึเกะรึ.....”
“เจ้ามีอะไรถึงต้องลำบากถ่อลงมาหาข้าถึงที่นี่ล่ะ....”
เจ้าหนุ่มผู้เป็นอดีตหัวหน้าหน่วยย่อยที่ 3 พลันตอบคำถาม
“ก็ต้องมีอยู่แล้วละครับ คุณคุโรซึจิ มายูริ”
หากแต่ว่าคำตอบหาได้ออกจากปากของชายผู้นั้นไม่ มีแต่ดวงตาอันว่างเปล่าเท่านั้นที่
หันหน้าไปมองหน้าผู้ที่พูดด้วย ฝ่ายที่ตอบคำถามพลันยิ้มมุมปากก่อนที่จะพูดต่อไปว่า
“ผมต้องขอให้คุณออกไปจากที่นี่กับผมได้มั้ยครับ”

Anime: Bleach Episode 166 [ คลิกดูรูปใหญ่ ]
ชื่อไทยนี่เน๊อะ
แงแงแง