2008/Apr/19

อย่าลืมช่วยกันอุดหนุน NED ด้วยนะครับ + Boom Magazine ด้วยนะครับ

ไว้ถ้ามีแปลไทย หรือที่ไหนมีแปลไทยจะเอามาลงให้นะครับ

credit: The Last Supper (Thai Translation Manga)
thanks: The Last Supper (B4Th - Spoiler Manga)
credit: Dattebayo Fansubs (English Subtitle Anime)
B4Th - http://www.bleach4th.com/

Nikovaskios :
จากกระทู้ที่ตั้งไว้แล้วนะครับเกี่ยวกับ เรื่องที่บูมมาเรียกร้องเรื่องลิขสิทธิ์กัน (ใครยังไม่รู้เรื่องไปอ่านซะที่ฟอรั่มสปอย์ล) ทางเราจำเป็นต้องเห็นใจทางบูมเค้าเหมือนกัน เพราะมันเป็นอาชีพหาเลี้ยงลูกเมียสามีของเค้า หวังว่าทางผู้อ่านคงเข้าใจนะครับ ทางเราจะมีการลงรูปให้ดูบางรูปและใส่คำบรรยายเรื่องในแนวนิยาย สำหรับท่านที่ต้องการอ่านแบบการ์ตูนเต็มรูปแบบก็ขอให้อุดหนุนรวมเล่มหรือบูมละกันนะคร้าบบบซึ่งบูมในปัจจุบันก็ช้ากว่าเน็ตมะกี่ตอน


The Last Supper :
กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับสำหรับสปอยล์ตอนที่ -105 ซึ่งเรื่องราวของตอนนี้ก็
จะเกี่ยวกับนักรบในวัยหนุ่มเสียส่วนใหญ่ และคาแร็คเตอร์ที่เราๆท่านๆไม่เคยเห็น
กันเลย ก็อาจจะโผล่มามีบทบาทบ้างเล็กน้อยในตอนนี้ สำหรับตอนนี้ก็คงไม่ยาว
เหมือนอาทิตย์ที่แล้วแล้วละครับ = =” เห็นหลายคนบ่นกันว่าอ่านจนตาแหก
อาทิตย์นี้ก็จะ “พยายาม”ลดให้น้อยกว่าเดิม แฮะๆ ขอบคุณสำหรับคำติชมต่างๆ
นะครับ ตัวผมเองจะปรับปรุงแก้ไขให้เรี่ยมกว่าเดิม สู้ๆ

เรามาติดตามเหตุการณ์กันต่อเลยนะครับ....

หลังจากที่อุราฮาระเอ่ยปากชวนมายูริให้ออกไปกับตน แต่มายูริกลับมีท่าทีที่นิ่ง
เฉยราวกับไม่สนใจ แถมยังพาออกนอกเรื่องถึงฮิโยริในฐานะ”ยัยเด็กเฮ้วฝีมือ
กระจอก”อย่างไม่รู้สึกรู้สา เล่นเอาฮิโยริเดือดกระฟัดกระเฟียดพาลจะไปฆ่าคน
ที่อยู่ในในกรงโทษฐาน “หมิ่นประมาท” เดือดร้อนถึงอุราฮาระที่ต้องหย่าศึก
พร้อมกับบอกว่านี่คือรองหัวหน้าหน่วยของตัวเอง ฝ่ายมายูริก็ออกปาก
แสดงความยินดีที่อุราฮาระได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าหน่วย (อย่างหน้าตาเฉย)
นอกเรื่องกันเสร็จแล้ว ทางฝ่ายอุราฮาระก็เร่งคำตอบจากมายูริว่าจะไปตนหรือไม่
“ข้าขอปฏิเสธ” มายูริเอ่ยวจีสั้นๆ เมื่ออุราฮาระได้ยินคำตอบแทนที่จะเลิกกลับไป
โดยดี พลันถามถึงเหตุผลว่าทำไมถึงไม่อยากออกไปกับตน มายูริเอ่ยปากว่า
ตนเองนั้นพอใจกับชีวิตในคุกอยู่แล้ว อุราฮาระจึงแย้งขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มๆพลัน
พูดว่า”คงจะไม่ใช่ละมั้งครับ คุณมายูริคุณจะทนอยู่ที่นี่ได้ยังไง ในเมื่อในคุกนี้มัน
ไม่มีอะไรให้คุณเล่นเลยนี่นา” มายูริได้ยินดังนั้นจึงถามว่าทำไมถึงอยากให้ตน
ออกจากคุกนี่นัก
“เพราะพลังของคุณเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผมไงล่ะ” อุราฮาร่ากล่าว
“เจ้าอย่ามาโกหก” มายูริแค่นเสียงออกมา “ข้าดูออกหมดนั่นแหละ”
ถูกตอกหน้าเอาแบบนั้น อุราฮาระถึงกับอึ้งกิมกี่ไประยะหนึ่ง พร้อมกับเกาหัว
และพูดเสียงอ่อยๆว่า “แหม....เล่นดักคอกันถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”
“ข้าไม่สนใจเจ้าหรอก” มายูริพูด “เจ้านี่เป็นผู้ชายที่ทำให้ข้าหงุดหงิดเสมอเลย”
“ที่ข้าต้องการก็คือฝีมือท่าน” อุราฮาระพูดพลันเปลี่ยนสีหน้าเป็นเอาจริงเอาจัง
ขึ้นมาทันที “ยังไงข้าก็พูดจริงละครับ”
“ที่ข้ามาอยู่หน่วย 12 ก็เพื่อจะก่อตั้งองค์กรใหม่ที่ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ของ
โซล โซไซตี้” อุราฮาระเริ่มพูดเข้าเรื่อง “ชื่อของมันคือ “กองวิจัยวิทยาการ”และ
ที่ข้าต้องการคืออยากให้ท่านมาเป็นรองผู้บัญชาการของกองวิจัยครับ”
คำชักชวนอุราฮาระที่ตรงไปตรงมาทำให้ฮิโยริถึงกับมีอาการตาเหลือกตาลานไป
ชั่วขณะหนึ่ง ในขณะที่มายูริจ้องมองอุราฮาระราวกับจะอ่านความคิดของคน
ที่อยู่เบื้องหน้าของตนแล้วเอ่ยว่า “ให้ข้าเป็นลูกน้องเจ้างั้นรึ...”

“ใช่ครับ” ทางฝ่ายหัวหน้าหน่วย 12 คนใหม่เอ่ยตรงไปตรงมา “ก็ไม่เลวไม่ใช่
เหรอ ? ที่สองรองจากข้า ถ้าเกิดข้าตายขึ้นมาก็สมใจคุณสินะครับ ใช่ มั้ย เอ่ย!!”
หลังจากพูดจบ อุราฮาระก็ยื่นหน้าเข้าไปในกรง พลางแย้มยิ้มออกมา แต่แววตา
กลับเย็นเยียบราวกับจะมองทะลุเข้าไปในหน้ากากนั้น
มันเป็นแววตาที่ฮิโยริผู้ซึ่งคิดว่าหัวหน้าของตนนั้นซื่อบื้อ ติ๊งต๊อง ใจดีอย่างไม่
เข้าท่า ถึงกับต้องหวั่นกลัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดมายูริก็แสยะยิ้มพร้อมกับพึมพำเบาๆว่า“เจ้านี่จริงๆ
น้า ทำให้ผู้ชายอย่างข้าถึงกับหงุดหงิดได้เนี่ย...”

ตัดฉากมาที่คฤหาสน์ใหญ่แห่งหนึ่ง ที่หน้าคฤหาสน์นั้นมีสัญลักษณ์
กระเรียนคู่โบยบิน ตรงกลางมีสัญลักษณ์ดอกซากุระภายในกรอบหกเหลี่ยมอัน
เป็นสัญลักษณ์ของตระกูลคุจิกิ หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งดินแดนโซล โซไซตี้
ข้างในคฤหาสน์มีเด็กหนุ่มในชุดสำหรับฝึกซ้อมกำลังหวดดาบไม้อยู่ใน
สวนใหญ่อย่างเอาเป็นเอาตาย เป็นเด็กหนุ่มร่างโปร่งสูงแต่ก็ยังไม่โตเต็มที่
ดวงหน้าของเจ้าหนุ่มราวกับสตรีวัยแรกแย้ม ผมสีดำขลับถูกมัดเป็นหางม้า
กันเกะกะเวลาฝึก
“โอ้...ไม่เลว....ไม่เลว” เสียงทักดังขึ้นพร้อมกับที่ผู้ถูกเรียกหันไปมอง
ชายชราร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบยาวของหัวหน้าหน่วย ผมยาวหนวดขาว
โพลนราวกับหิมะ ผู้ซึ่งแฝงแววตาอันลุกโชนผิดกับสังขาร

“คึกคักน่าดูเชียวนะ” ชายชรากล่าวพลางเดินมาหาอย่างกระฉับกระเฉงเข้ามาหา
“เบียคุยะ”
“ท่านปู่ครับ” ชายหนุ่มเรียกเมือเห็นว่าผู้ที่มานั้นคือท่านปู่ของตน พร้อมเช็ดเหงื่อ
ที่ปลายคาง “วันนี้ท่านปู่กลับมาพักผ่อนที่นี่ แล้วไม่ได้ไปที่ทำการหน่วย
เหรอครับ ?”
“อืมม์..” ชายชรารับคำอย่างเรียบๆ “พักการฝึกก่อนเถอะ มีแขกมาเยี่ยมเจ้าน่ะ.....
เบียคุยะ”
“แขกเหรอ....?” ยังพูดไม่ทันจบ เบียคุยะก็รู้สึกว่ามีหนองโพมาสัมผัสที่หลังคอ
ของตน เบียคุยะรีบเปลี่ยนสีหน้าของตนเป็นเดือดดาลทันที พร้อมกับตวัดดาบ
ในมือของตน
ฝ่ายเจ้าของหนองโพนั้นก็ไวปานสายฟ้าแลบ ตีลังกากลับหลังหลบคมดาบของ
เบียคุยะได้อย่างสวยงามด้วยท่าร่างอันคล่องแคล่วพร้อมหัวเราะเสียงดัง ถึงกับ
รู้จักกับเบียคุยะขนาดนี้จะเป็นใครนอกจาก “ชิโฮอิน โยรุอิจิ” เทพพริบตา
ผู้ปกครองตระกูลชิโฮอิน
“ออกมาแล้วเรอะ ยัยแมวปีศาจ!”
“แหม อย่างน้อยก็หัดทักทายแมวปีศาจตัวนี้หน่อยซี่” โยรุอิจิพูดพลางล้อเลียน
“อุตส่าห์มาเล่นด้วยถึงที่แล้วแท้ๆ”
“เงียบไปเลย ใครบอกให้เจ้ามาเล่นกับข้า!” หนุ่มน้อยเบียคุยะตวาดกลับ “อีกอย่าง
ข้าคือว่าที่หัวหน้าคนต่อไปของตระกูลคุจิกิ เรื่องเล่นแบบนั้นไม่จำเป็น!!”
คำพูดสุดท้ายเพิ่งหลุดออกจากปาก เบียคุยะรู้สึกว่าผมตนเองถูกใครจับอยู่
พอรู้สึกอีกที ผมที่ตนเองมัดอยู่ก็ถูกแกะ ปล่อยสยายออกมาทำให้หน้าของหนุ่มน้อย
ยิ่งดูเหมือนผู้หญิงขึ้นไปทุกทีๆ
“ง้าน~~~เหรอ” คำพูดที่ดูเหมือนจะตอกย้ำว่าที่เจ้าบ้านคนต่อไปได้อย่างดี
อารมณ์เดือดพลุ่มพล่านเกิดแก่หนุ่มน้อยทันที พลางแหกปากเสียดังพร้อมกับ
ฟาดดาบไม้ในมือทันที ฝ่ายโยรุอิจิมีรึจะให้ถูกฟาดฟรีๆ พริบตานั้นจึงใช้
วิชาก้าวพริบตาไปปรากฏบนหลังคาบ้านคุจิกิซะแล้ว

“ฮ่าๆ นี่ก็แค่หยอกก็เถอะ แต่ทั่นว่าที่ผู้นำตระกูลคุจิกิถูกผู้หญิงแย่งยางมัดผมได้
ง่ายๆเนี่ย ชักเป็นห่วงอนาคตของตระกูลขึ้นมารำไรแล้วแฮะ!!”
ฝ่ายหนุ่มเบียคุยะสติขาดผึง เหลือบตาไปยัง”ยัยแมวปีศาจ”ด้วยสีหน้าอันเคียด
แค้นราวจะกินเลือดกินเนื้อ
“หนอย......ยัยนี่ อย่าคิดจะขยับไปไหนเชียวนะ ชิโฮอิน โยรุอิจิ เดี๋ยวข้าจะ.....”
ว่าที่ท่านผู้นำไม่ทันจะฝากคำอาฆาตแค้น ก็ถูกต่อมยั่วเข้าไปอีก “คุจิกิ เบียคุยะ
แพ้ราบคาบค่า~!!” พร้อมกับก้าวพริบตาลับหายจากจุดที่ยืนอยู่ทันที
“อ้อ....ยัยนี่ ตั้งใจจะยั่วโมโหใช่มั้ย....” เจ้าหนุ่มเบียคุยะกัดฟันกรอด “ก็ได้
จงรับรู้ด้วยร่างกายตัวเองเถอะ ว่าวิชาก้าวพริบตาข้าเหนือกว่าเจ้า!!!” พลางใช้
วิชาก้าวพริบตาหายตัววับเพื่อไล่ตามนังเหมียวที่มาสะกิดต่อมของตนให้จงได้
“เฮ้อ....เบียคุยะเอ๋ย ใจร้อนไม่สมกับเป็นอันดับหนึ่งของตระกูลเล้ย....”
“อาวละ ได้เวลาไปจิบชาดีกว่า...”

สิ้นเสียงบ่นของหัวหน้าตระกูลคุจิกิ ก็ตัดมาที่ทำการหน่วย 13 อุคิทาเกะกับ
ไคเอ็นจิบน้ำชาคุยกันถึงเรื่องที่จะเลื่อนตำแหน่งให้ไคเอ็นเป็นรองหัวหน้าหน่วย
ซักที ฝ่ายไคเอ็นก็บ่ายเบี่ยงปฏิเสธท่าเดียว เพราะรู้ว่าตนเองนั้นคุณสมบัติไม่
เพียงพอ พร้อมกับบอกว่าคนอื่นที่เหมาะกว่าตนนั้นมีเยอะแยะ หลังจากนั้นทั้งคู่
ก็ไม่ได้คุยถึงการเลื่อนขั้นกันอีก แต่กลับเปลี่ยนเรื่องไปเป็นเด็กอัจฉริยะแทน ซึ่ง
อุคิทาเกะได้เล่าให้ไคเอ็นฟังว่ามีเด็กอัจฉริยะหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้า 13 หน่วย
พิทักษ์ในปีนี้ ฝ่ายไคเอ็นก็ทำหน้างั้นๆ

แต่กลับต้องตกตะลึงหลังจากได้ยินที่อุคิทาเกะเล่าว่าเด็กคนนั้นจบหลักสูตรจาก
สถาบันวิญญาณชินโอได้ภายในปีเดียวเท่านั้น!! เท่านั้นเอง ไคเอ็นก็ทำหน้าเอ๋อๆ
พร่อมกับหลุดปากออกมาว่า "โคตรเก่ง!!" ซึ่งเด็กคนนั้นก็มีอายุรุ่นราวคราว
เดียวกับหลานชายของหัวหน้าคุจิกิ พอไคเอ็นได้ยินชื่อของเบียคุยะก็เอ่ยปากเหน็บ
แนมว่า “อ้อ....ไอ้เด็กจอมเชิดคนนั้นเหรอ” ทางฝ่ายอุคิทาเกะไม่สนใจคำเหน็บแนม
ของลูกน้อง จึงเล่าให้ฟังอย่างออกรสชาติว่าถึงขนาดต้องจัดเตรียมลำดับนักสู้
ในหน่วยเชียวนะ ไคเอ็นได้ฟังแล้วก็ลากเสียงยาวแสดงความน่าทึ่ง เพราะไม่ธรรมดา
เลยที่เพิ่งเข้ามาไม่ถึงปีแล้วจะมีลำดับนักสู้ติดอยู่ ซึ่งไคเอ็นที่สนใจขึ้นมาทันทีก็ได้
ถามว่า แล้วเด็กคนนั้นล่ะอยู่หน่วยไหน อุคิทาเกะทำท่านึกแล้วพูดว่า “อืมม์
คงจะสังกัดอยู่หน่วยที่ 5 ละมั้ง....”

กลางดึกคืนนั้น....ณ ที่ทำการหน่วย 5 ซึ่งเป็นสวนขนาดใหญ่เป็นที่พักผ่อน
ของเหล่าลูกหน่วย

ร่างของยมทูตสีดำสนิทนอนจมกองเลือดอยู่กับพื้นด้วยฝีมือยมทูต”อัจฉริยะ”
ผมสีเงิน ผู้ซึ่งผ่านวัยแตกเนื้อหนุ่มไม่นาน ดวงหน้าของเจ้าหนุ่มน้อยกระเซ็น
ไปด้วยเลือด ชุดฮากามะของเจ้าหนุ่มเต็มไปด้วยเลือดของผู้เคราะห์ร้าย ดาบของ
เจ้าหนุ่มน้อยก็ข้นคลั่กไปด้วยเลือดสดๆ
“ร้ายกาจจริงๆ ยิ่งกว่าที่เค้าร่ำลือเอาไว้เสียอีก” จะเป็นเสียงใครไปอีกเล่า นอกจาก
ไอเซ็นที่ยืนอยู่ห่างๆ ชมเปาะเข้าให้
“ขอถามหน่อยสิ ชื่อของเจ้าน่ะชื่ออะไร”
เมื่อได้ยินดังนั้น เจ้ายมทูตหนุ่มน้อยในรูปร่างแกร็นพลันทำตายิบหยีแล้วตอบว่า
“งิน” และย้ำขึ้นอีกครั้งเป็นชื่อเต็มๆด้วยน้ำเสียงเด็กที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ
“อิชิมารุ งิน”
“ฝีมือเป็นไงบ้างละ ลำดับสามของหน่วยเรา” รองหัวหน้าหน่วยห้าถามพลางบุ้ย
ไปทางศพที่นอนจมกองเลือด
“ก็งั้นๆละ ไม่เห็นจะมีอะไรเลย” ยมทูตหนุ่มของเราตอบอย่างไม่สนใจไยดี
“มันไม่เห็นสำคัญอะไรนักนี่”
“งั้นรึ” ทางฝ่ายจอมมารเอ่ยปากเรียบๆ พลางมองไปที่หน้าของงิน
“นี่แหละ ที่สำคัญกว่า....”


Anime: Bleach Episode 167 [ คลิกดูรูปใหญ่ ]

Comment

Comment:

Tweet


งินมานน่าจะ เสียบๆแล้วผ่าครึ่ง หรือไม่ก้ เอามาสับๆไห้เป็นชิ้นๆนะ น่าหย่อย (\_/) (* *) อิอิ
#9 by มาดาราเมะ อิคาคุ (125.24.68.108) At 2009-05-14 15:50,
ดวงหน้าของเจ้าหนุ่มราวกับสตรีวัยแรกแย้ม .

ถูกใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
#8 by ♠ zenith. At 2008-04-20 18:53,
ตอนแรกงินเป็นอัจฉริยะแต่หลังจากที่ฮึซึกายะมาเป็น
นักเรียนชื่อว่า"เด็กอัจฉริยะ"ก็มีติดอยู่ที่ฮึซึกายะ...wink
#7 by เนย (58.9.95.57) At 2008-04-20 10:33,
โห....พี่เบียหน้าตาสาวแตกสุดๆ...
งินเกรียน=[]=!!!!

ไอ้turn back the pendulum เนี่ย....อ่านไปจะเข้าทำนองหนังสือ "ลับ ลวง พราง" รึเปล่าหว่า ฮ่าๆๆ
#6 by D.C.เก้าแต้ม At 2008-04-20 09:21,
งินนี่เกรียนแต่เด็กเลยนะงับ =_=
เบียคุยะ...บุคลิกผิดกับปัจจุบันลิบเลยนะ
#5 by :::[[Hisoka]]::: At 2008-04-19 23:40,
ว๊ากกกกกกกก งินเเม่งโหดดดดดดดดดดดดดsad smile
#4 by ~* นายจดหมายรัก ^^ At 2008-04-19 22:39,
อืมม
#3 by Gapu (125.24.31.19) At 2008-04-19 21:42,
สนุกใหญ่ละเรื่องนี้ เข้มข้นเจงๆconfused smile
#2 by ชิโรซากิ อิจิโกะ อิจิโกะสีขาว (ชิโร = ขาว) (58.9.57.66) At 2008-04-19 21:10,
คนแรกเลยงับ เย้ ท่านมายูริ
#1 by ''งง '' (124.121.26.100) At 2008-04-19 21:02,