2008/May/18

อย่าลืมช่วยกันอุดหนุน NED ด้วยนะครับ + Boom Magazine ด้วยนะครับ

ไว้ถ้ามีแปลไทย หรือที่ไหนมีแปลไทยจะเอามาลงให้นะครับ

credit: Nikovaskios (Thai Translation Manga)
thanks: Nikovaskios (B4Th - Spoiler Manga)
credit: Dattebayo Fansubs (English Subtitle Anime)
B4Th - http://www.bleach4th.com/

Nikovaskios :
จากกระทู้ที่ตั้งไว้แล้วนะครับเกี่ยวกับ เรื่องที่บูมมาเรียกร้องเรื่องลิขสิทธิ์กัน
(ใครยังไม่รู้เรื่องไปอ่านซะที่ฟอรั่มสปอย์ล) ทางเราจำเป็นต้องเห็นใจทางบูม
เค้าเหมือนกัน เพราะมันเป็นอาชีพหาเลี้ยงลูกเมียสามีของเค้า หวังว่าทาง
ผู้อ่านคงเข้าใจนะครับ ทางเราจะมีการลงรูปให้ดูบางรูปและใส่คำบรรยายเรื่อง
ในแนวนิยาย สำหรับท่านที่ต้องการอ่านแบบการ์ตูนเต็มรูปแบบก็ขอให้อุดหนุน
รวมเล่มหรือบูมละกันนะคร้าบบบซึ่งบูมในปัจจุบันก็ช้ากว่าเน็ตมะกี่ตอน


Bleach -102 : Turn Back The Pendulum 07 ตุ้มเวลาผกผัน 7

Pic : Mangahelpers

Narrator : Nikovaskios

ตอนนี้นี่จากที่เดาไว้จากสปอย์ลว่าน่าจะฟัดกันเละ ดันกลายเป็นตอนพล่าม
กันมันปากซะนี่ แต่ก็ทำให้เราได้รู้อะไรเพิ่มหลายๆอย่างอ่ะนะ ไปดูกันโลด


ความเดิมจากตอนที่แล้ว เค็นเซย์และพวกถูกลอบทำร้ายจากคนที่คุณก็
ไม่รู้ว่าใคร เสียงสัญญาณเตือนภัยดังไปทั่วเซย์เรย์เทย์ หัวหน้าหน่วย
ทุกคนถูกเรียกประชุม และ ฮิโยริ……..ที่ถูกอุราฮาร่าส่งไปสืบสวนเรื่องราว
ก็ยังไม่รู้ชะตากรรม ???


“เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน”

เสียงจอมทัพใหญ่แห่งโซลโซไซตี้ประกาศก้องต่อหัวหน้าหน่วยทุกคนที่
มาประชุม และกล่าวถึงการหายไปของมุคุรุม่า เค็นเซย์ หัวหน้าหน่วยเก้า
และ รองหัวหน้า คุนะ มาชิโระ อย่างไม่ทราบสาเหตุ นับเป็น
สถานะการณ์ที่ร้ายแรงและไม่คาดคิดว่าจะได้เจอ

“การสืบสวนการหายไปอย่างไร้ร่องรอยในลูคอน กลายเป็นสิ่งที่เรา สิบสาม
หน่วยพิทักษ์จะต้องจัดการให้ได้ โดยเดิมพันเกียรติยศทุกอย่างไว้
เราจะเลือกหัวหน้าหน่วยห้าคนจากที่นี้ เข้าไปสอบสวนเหตุการณ์ใน
จุดเกิดเหตุทันที”

ยังไม่ทันที่ยามาโมโตะจะสั่งการจบดี เสียงฝีเท้าก็ดังถี่รัวมายังประตู
ห้องประชุม จนปรากฏร่างในชุดคลุมหัวหน้าหน่วยของอุราฮาร่า
ที่มาถึงเป็นคนสุดท้าย เหมือนกับวันแรกที่เขาเข้ามาในห้องประชุมนี้
ครั้งแรก ต่างกันก็เพียงท่าทางที่เคยเป๋อเล๋อนั้นกลับกลายเป็นท่าที
กระหืดกระหอบเพราะวิ่งมาด้วยความร้อนรน
ยามาโมโตะไม่กล่าวอะไร จนกระทั่งร่างนั้นหอบช้าลงแล้วกล่าวขึ้น

“ได้โปรด….อนุญาตให้ข้า ไปด้วยเถิดครับ” อุราฮาร่าอ้อนวอน
ท่ามกลางสายตาของหัวหน้าหน่วยคนอื่นที่มองจ้องมาเป็นตาเดียว

แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นเสียงปฏิเสธอย่างเยือกเย็นด้วยถ้อยคำสั้นๆ ทำเอา
อุราฮาร่าสะกดกลั้นความร้อนรนในใจไม่ได้ ถึงกับโพล่งออกมาอย่างลืมตัว

“แต่ว่ารองหัวหน้าของข้าไปที่จุดเกิดเหตุนะครับ ข้าจะต้อง……..”

เสียงตวาดเรียกชื่ออุราฮาร่าดังลั่นจนทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งโหยง เสียงนั้นเป็น
ของโยรุอิจิ หัวหน้าหน่วยสองและหัวหน้าหน่วยลับ ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนเล่น
หัวกับอุราฮาร่ามาแต่เล็กๆ

“หยุดเลิ่กลั่กแล้วตั้งสติให้ดี คิสึเกะ ก็เจ้าเองไม่ใช่รึที่ส่งนางไปน่ะ เจ้ารู้รึ
ปล่าวว่าทำแบบนี้มันเป็นการหลู่เกียรติและดูถูกความสามารถของนางนะ”
แม่แมวสาวกล่าวเตือนสติอุราฮาร่า ในขณะที่เจ้าตัวนิ่งอึ้งไม่รู้จะว่ากล่าว
อันใดกลับไป

ฝ่ายยามาโมโตะที่นิ่งเงียบมาตั้งแต่เริ่มมีการโต้เถียงกันขึ้น ครั้นเห็นต่างฝ่าย
ต่างสงบลงแล้ว ก็กล่าวสั่งการต่อไป โดยให้ โอโทริบาชิ โรจูโร่ (โรส)
หัวหน้าหน่วยสาม, ฮิราโกะ ชินจิ หัวหน้าหน่วยห้า , อาอิคาวะ เลิฟ
หัวหน้าหน่วยเจ็ด ทั้งสามคนจะถูกส่งไปยังที่เกิดเหตุทันที
ส่วนหัวหน้าหน่วยสอง ชิโฮอิน โยรุอิจิ ให้รอฟังคำสั่งต่อไป และทางด้าน
คุชิกิ งินเรย์ หัวหน้าหน่วยหก เคียวราคุ ชุนซุย หัวหน้าหน่วยแปด และ
อุคิทาเกะ จูชิโร่ หัวหน้าหน่วยสิบสาม ทั้งสามให้อยู่คุ้มกันภายใน
เซย์เรย์เทย์ และสุดท้าย คือ อุโนะฮานะ เร็ตสึ หัวหน้าหน่วยสี่ ถูกสั่งให้
อยู่ในหน่วยของตัวเองเพื่อรอรักษาอาการคนเจ็บที่อาจมีขึ้นในอนาคต
โดยมีเสียงคัดค้านเล็กน้อยจากเจ้าตัวว่าถ้าหากจะให้รักษาคนเจ็บล่ะก็
ไปรักษาที่ที่เกิดเหตุเลยไม่ดีกว่าหรือ

พ่อเฒ่าเจ้าอัคคีจึงตอบอย่างเรียบๆ ว่า ตราบใดที่ยังไม่รู้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้น
เราจะส่งหมอมือหนึ่งในเซย์เรย์เทย์ไปเสียงภัยไม่ได้ และตนได้เตรียม
คนที่จะไปแทนไว้แล้ว

“เข้ามา”

สิ้นเสียงเบิกตัว ประตูก็เปิดขึ้นอย่างช้าๆ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าอย่างแช่มช้า
ของคนสองคน นอกจากนี้ยังมีเสียงไม้เท้ากระทบพื้นเป็นจังหวะอยู่ด้วย

ร่างของผู้มาใหม่มีสองร่าง หนึ่งเป็นชายร่างกลมใหญ่โตมโหระทึกเกิน
มนุษย์ทั่วไป แต่งกายด้วยชุดยมทูต แต่ทว่าท่อนบนแทนที่จะเป็นเสื้อ
ยูกาตะสีดำอย่างยมทูตทั่วไป กลับเป็นชุดคลุมสีขาวแบบนักบวช
โรมันคาทอลิก สองมืออันใหญ่โตประสานกันไว้ที่ทรวงอก
ใบหน้าเรียบเฉยมีหนวดยาวแบบผู้พันแซนเดอร์เคเอฟซี
และทรงผมทรงเขาวัว ซึ่งถ้าหน้านี้เป็นหน้าสี่สีมันจะเป็นสีชมพู

อีกร่างหนึ่งเดินนำหน้า เป็นชายร่างสูง แม้ไม่ใหญ่โตเท่าคนแรก
แต่ก็นับว่าสูงใหญ่สมเป็นชายชาตรี แต่งกายด้วยชุดยมทูตมาตรฐาน
แต่ที่แปลกไปคือ เสื้อคลุมที่ใส่อยู่ ไม่ใช่สีขาวแบบหัวหน้าหน่วยทั่วไป
แต่เป็นชุดคลุมสีสดมีปกคอตั้งสูง และที่ชายปก บริเวณคอเสื้อ
มีห่วงเล็กๆติดอยู่ข้างละอัน อกเสื้อมีตรารูปวงกลมซึ่งมีเดือย
สามด้านอันเป็นสัญลักษณ์แห่งหน่วยวิถีมาร ในมือถือไม้เท้ามี
ห่วงคล้องแบบหลวงจีน

“ซึกาบิชิ เท็ตไซ…. นานมากแล้วนะที่ไม่ได้เห็นเขาแบบนี้” อุคิทาเกะ
กล่าวออกมา คนสองผู้นี้คือบุคคลที่ภายภาคหน้าจะต้องประสบ
ชะตากรรมที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับที่เป็นในปัจจุบัน คนหนี่ง
กลายเป็นเบ๊ที่เซียนวิถีมารให้กับอุราฮาร่า อีกคนกลายเป็นไวเซิร์ดนอกรีต
ผู้ช่ำชองการรักษาด้วยพลังวิญญาณแบบที่ไม่มีใครเหมือน (ยกเว้นโอริฮิเมะ)
ใช่แล้ว คนสองคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ตาแว่น เท็ตไซ
แห่งร้านอุราฮาร่า และ อุโชดะ ฮาจิเง็น ลุงไวเซิร์ดร่างใหญ่ที่รักษา
ซึบากิให้กับโอริฮิเมะ โดยที่เท็ตไซมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าวิถีมาร
และ ฮาจิเง็น เป็นรอง


หลังจากทั้งสองมาถึง ยามาโมโตะจึงกล่าวว่าหากรู้ถึงภารกิจตนแล้วก็
จงรีบไปทำเถิด เวลานั้นเคียวราคุหันไปมองอุราฮาร่าซึ่งบัดนี้ยืนคอตก
แบบคนสิ้นหวัง แล้วจึงหันไปบอกยามาโมโตะ

“นี่เฒ่ายามะ แล้วการที่จะส่งหัวหน้าหน่วยวิถีมารกับรองไปทั้งๆ
ที่ไม่รู้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้นเนี่ยมันดีแล้วเหรอ?”

ยามาโมโตะได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยถามความเห็นว่าควรทำอย่างไร
เคียวราคุจึงเสนอว่าทำไมไม่ส่งรองของข้าไปแทนก่อนล่ะ ว่าแล้วจึงป้องปาก
จะเรียกริสะออกมา อุคิทาเกะก็ถามอย่างสงสัยว่าเรียกอย่างนี้จะได้ยินรึไง
เคียวราคุก็บอกว่าได้ยินสิ พอป้องปากเรียกยังไม่ทันสิ้นเสียง
ริสะก็โผล่พรวดมาทางหน้าต่างห้องประชุม ซึ่งตนเองมาซุ่มฟังอยู่ตั้งนานแล้ว
แม้ว่ามันจะไม่ดีที่มาแอบฟังหัวหน้าหน่วยคุยกันแบบนี้ แต่เจ้าตัวก็ให้เหตุผลว่า
เรื่องอะไรที่ยิ่งปิดบังมันก็ยิ่งอยากรู้น่ะเส่ะ (อ้อ……มิน่าล่ะ ^^) หลังจาก
สั่งการกันเรียบร้อยแล้วริสะก็แวบไปจากห้องประชุมทันที เฒ่ายามะซึ่งยืนเอ๋อ
อยู่จึงค่อนขอดว่า เล่นสั่งเองหมดเลยนะ เคียวราคุจึงแก้เก้อว่านานๆทีจะมี
เหตุการณ์ระทึกแบบนี้มา ให้รองไปหาประสบการณ์หน่อยก็ดี ริสะนั้น
แข็งแกร่งพอ แต่ไม่รู้ว่าหัวหน้าหน่วยวิถีมารจะว่าอะไรรึเปล่าที่โดนแย่ง
หน้าที่แบบนี้ แต่เท็ตไซเองก็ไม่สนใจอะไร และกล่าวลาหากว่าไม่มีหน้าที่
อะไรให้ตนแล้ว

หลังจากยืนเอ๋อให้คนอื่นสั่งข้ามหัวอยู่นาน ยามาโมโตะจึงกระแทกไม้เท้าลง
กับพื้นเพื่อเรียกความสนใจของทุกคน พร้อมทั้งประกาศคำสั่ง ให้
โรส เลิฟ ฮิราโกะ ฮาจิเง็น และริสะ(ว่าที่ไวเซิร์ดทั้งนั้น) ทั้งห้าไปยังที่เกิดเหตุ
ทันทีโดยไม่มีทีท่าสนใจอุราฮาร่าซึ่งยืนไร้ค่าอยู่ กำลังคิดว่าตัวทำไมถึง
ไม่มีใครเหลียวแลอย่างนี้ มือแข็งกร้าวทว่าเป็นมิตร ก็เอื้อมมาเตะที่บ่า
ของตนในเชิงปลอบใจ

“อย่ากังวลไปเลย ฮิโยริน่ะเป็นคนแกร่ง ถึงแม้จะไปแกร่งเท่าริสะของข้าก็เถอะ
เลิกทำหน้าละเหี่ยแบบนั้นแล้วรอจนกว่านางจะกลับมาจะดีกว่า ความเชื่อมั่น
ในตัวลูกน้องน่ะ คือ อีกหน้าที่หนึ่งของคนเป็นหัวหน้าหน่วยนะ”



ในเขตลูคอน บัดนี้ย่างเข้ายามราตรีแล้ว ฮิโยริกำลังเร่งฝีเท้าวิ่งเหมิอนกับ
หนีอะไรบางอย่าง ที่ใบหน้ามีคราบเลือดที่ยังสดๆอยู่ติดอยู่
วิ่งไปยังไม่ได้กี่ก้าวดี ก็รู้สึกถึงลมกระชากและแรงกดดันจากการจู่โจม
จากด้านหลังจึงหันไปมอง เห็นเงาของสิ่งหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นมือพุ่งเข้ามา
จู่โจมอย่างรวดเร็ว ฮิโยริจึงบิดตัวหลบอย่างฉิวเฉียด แรงเหวี่ยงจากการ
กระโดดหลบนั้นทำให้ร่างยมทูตสาวน้อยไถลไปไกล ก่อนจะเช็ดคราบ
เลือดที่แก้ม จ้องมองไปยังฝุ่นควันคลุ้ง ที่บัดนี้เริ่มจางลงเผยให้เห็นถึง
ร่างๆ หนึ่ง

ร่างนั้นคล้ายมนุษย์ แต่จากเงาที่เห็นนั้นใหญ่โตกว่า ที่ท่อนแขนมีลักษณะ
ผิดแปลกไปจากมนุษย์ธรรมดา

ยังไม่ทันหายเหนื่อยดี ร่างนั้นก็พุ่งถลาเข้ามาอย่างมุ่งร้ายอีก ฮิโยริสบถ
อย่างขัดใจ ก่อนจะเตรียมตั้งรับการจู่โจมที่เข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
โดยไม่คิดจะชักดาบมาป้องกันตัวแม้แต่น้อย!!!

เสียงของแข็งกระทบกันดังลั่น ต่อหน้าฮิโยริที่กำลังตื่นตะลึง ฮิราโกะ
ก็มายืนอยู่เบื้องหน้าพร้อมด้วยดาบที่ปลดฝักแล้วในมือ

“ชินจิ!!”

“ยัยโง่ ทำไมถึงไม่ชักดาบออกมาสู้ หือ?” เจ้าหนุ่มหน้าม้าเอ่ยถามอย่าง
ไม่เข้าใจในความคิดของฮิโยริ

ฮิโยรินิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ใบหน้าเบือนไป
หน่อยหนึ่ง

“เจ้าโง่ ข้าจะทำแบบนั้นได้ไงกันวะ”


ฝุ่นควันจากการปะทะหายไปหมด เผยให้เห็นร่างๆนั้นแบบเต็มตา
ทำเอาฮิราโกะเบิกตาค้างอย่างไม่เชื่อสายตา


ร่างๆนั้นใหญ่โตผิดแผกจากร่างมนุษย์ปกติ แขนทั้งสองข้างมีลักษณะ
เป็นเกราะแข็งที่ใช้จู่โจมฮิโยริเมื่อครู่ ที่กลางหลังมีอวัยวะรูปร่างคล้าย
กระบอกจำนวนมากงอกอยู่ และที่สำคัญที่สุดใบหน้าอันปิดทับด้วยสิ่งคล้าย
หน้ากากสี่เหลี่ยมที่มีช่องตาหกช่อง ครอบยาวปกคลุมใบหูทั้งสองข้าง
แบบของฮอลโลว์ ซึ่งฮิราโกะจะไม่ตกตะลึงถึงเพียงนี้ หากว่าชุดที่เจ้า
สัตว์ประหลาดสวมอยู่นั้นจะไม่ใช่ชุดยมทูตระดับหัวหน้าหน่วยพร้อม
ทั้งเสื้อคลุมยาวที่บัดนี้ขาดวิ่นเนื่องจากอวัยวะทรงกระบอก
แทงทะลุขึ้นมา พร้อมทั้งสายคาดที่เอวที่เป็นเชือกผูกเงื่อนกันอยู่

และเหนืออื่นใด ที่หน้าอกของอสูรกายตัวนั้น คือ รอยสักเลข 69
ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันตัวตนของนายเหนือแห่งหน่วยเก้าได้ดีที่สุด!!!!



“ เค็นเซย์…………!!!?”

ท่ามกลางเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้น……………การเริ่มต้นแห่งสิ่งที่เรียกว่า
“นอกรีต” กำลังเริ่มแล้ว


Anime: Bleach Episode 170 [ คลิกดูรูปใหญ่ ]

edit @ 18 May 2008 01:26:56 by ๐DeArr@nc'๐

Comment

Comment:

Tweet


แปลว่าถ้าพวกไวท์เซิก มาช่วยปู่ยามะ ก็น่าจาชนะไอเซ็นซินะ หัวหน้าหน่วยท้างน้าน มานจา bankai ได้ป่ะอ่ะคับ
#6 by *-* (124.121.108.202) At 2008-05-24 17:18,
เค็นเซย์เท่เว้ย
#5 by (118.172.103.39) At 2008-05-21 19:15,
ไม่สนอ่ะ อยากเหงท่านมายูริมากมากมาก กว่านี้ ขอให้มีบทมากมากนะ ท่านมายูริ
#4 by ''งง'' (124.121.23.230) At 2008-05-19 10:49,
นี่เอง คือจุดกำเนิดของเหล่าไวเซิร์ด
#3 by shadowflare (125.27.167.93) At 2008-05-18 11:32,
เจี๊ยก ไอออนแมนภาคบลีช
#2 by เจ้าชายน้อย At 2008-05-18 09:47,
กะแล้วววว....เพราะอย่างนี้มันถึงเป็นไวเซิร์ดนี่เอง กุกะแล้วววว= =
#1 by D.C.เก้าแต้ม At 2008-05-18 09:45,