2008/May/25

อย่าลืมช่วยกันอุดหนุน NED ด้วยนะครับ + Boom Magazine ด้วยนะครับ

ไว้ถ้ามีแปลไทย หรือที่ไหนมีแปลไทยจะเอามาลงให้นะครับ

credit: Drake (Pantip - Thai Translation Manga)
thanks: neozero (Pantip - Spoiler Manga)
credit: Dattebayo Fansubs (English Subtitle Anime)
B4Th - http://www.bleach4th.com/

[B4Th] Nikovaskios :
จากกระทู้ที่ตั้งไว้แล้วนะครับเกี่ยวกับ เรื่องที่บูมมาเรียกร้องเรื่องลิขสิทธิ์กัน
(ใครยังไม่รู้เรื่องไปอ่านซะที่ฟอรั่มสปอย์ล) ทางเราจำเป็นต้องเห็นใจทางบูม
เค้าเหมือนกัน เพราะมันเป็นอาชีพหาเลี้ยงลูกเมียสามีของเค้า หวังว่าทาง
ผู้อ่านคงเข้าใจนะครับ ทางเราจะมีการลงรูปให้ดูบางรูปและใส่คำบรรยายเรื่อง
ในแนวนิยาย สำหรับท่านที่ต้องการอ่านแบบการ์ตูนเต็มรูปแบบก็ขอให้อุดหนุน
รวมเล่มหรือบูมละกันนะคร้าบบบซึ่งบูมในปัจจุบันก็ช้ากว่าเน็ตมะกี่ตอน


เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่ฮิราโกะเข้ามาช่วยฮิโยริจากการจู่โจมของ
เค็นเซย์ในสภาพที่เปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ ภาพอดีตเพื่อนร่วมระดับ
หัวหน้าหน่วยที่ยังคงรูปร่างเป็นมนุษย์ แต่ร่างกายบางส่วนกลับเปลี่ยนไป
จนน่าเกลียดน่ากลัวราวปีศาจจากขุมนรกทำเอาฮิราโกะถึงกับยืนถือดาบ
อึ้งอยู่กับที่ แม้แต่บรรดาเพื่อนร่วมทีมที่ตามมาถึงที่เกิดเหตุทีหลังอย่าง
เลิฟ โรส และริสะยังอดตะลึงกับภาพที่เห็นไปด้วยไม่ได้ ว่าที่อยู่เบื้องหน้า
นี้ใช่เค็นเซย์แน่หรือเปล่า เนื่องด้วยพลังกดดันวิญญาณของเค็นเซย์ใน
ตอนนี้นั้นเหมือนพลังกดดันวิญญาณของฮอลโลว์ไม่มีผิด

ขณะที่พวกฮิราโกะต่างตะลึงกันอยู่นั้นเอง ฮอลโลว์เค็นเซย์พลันแผดเสียง
คำรามกึกก้อง ทั้งดุดันทั้งแฝงแววมุ่งร้ายจนเหล่าหัวหน้าหน่วยต้อง
กระจายกำลังแยกออกไปตั้งหลักเตรียมจู่โจม แต่เค็นเซย์ไม่เปิดโอกาส
ให้ทำแบบนั้น เพียงขยับตัววูบเดียว ร่างราวยักษ์ปักหลั่นของฮอลโลว์
เค็นเซย์ก็หายวุ่บมาอยู่เบื้องหลังของเลิฟในชั่วพริบตา แล้วประเคน
กำปั้นหนาหนักเข้าใส่แผ่นหลังโป้งเบ้อเริ่ม บังเกิดเสียงระเบิดตูมสนั่น
ฝุ่นหินฝุ่นดินที่ตลบขึ้นมาจากแรงอัดกระแทกและควันจากการระเบิด
ฟุ้งกระจายบดบังทุกสิ่งในรัศมีกำปั้นของฮอลโลว์เค็นเซย์จนมองไม่เห็น

แต่คุณหัวหน้าหน่วยหัวแอโฟร่ก็ทนทายาด ไม่ยอมแหลกคาแรง
ระเบิดง่าย ซ้ำยังทำให้ฮอลโลว์เค็นเซย์ต้องประหลาดใจ ด้วยการตวัด
ดาบฟันสวนเพียงครั้งเดียว ก็ถึงกับทำให้ร่างยักษ์ของฮอลโลว์เค็นเซย์
กระเด็นถอยกรูดเท้าลากพื้นไปไกลหลายเมตร

"ฟู่ ร้ายกาจไม่หยอก สมกับเป็นเค็นเซย์จริงๆ" นายเหนือแห่งหน่วย 7
ฉีกยิ้มโหดที่มุมปากพลางเข่นเสียงลอดไรฟัน ซีกซ้ายของเสื้อคลุม
หัวหน้าหน่วยกับเสื้อดำที่ใส่อยู่ข้างในกระจุยหายไปแล้ว เผยให้เห็น
ผิวเนื้อท่อนบนครึ่งร่างซ้ายที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและบาดแผลจาก
แรงระเบิด

"ไม่ได้นะ" ฮิโยริที่โดนหิ้วอยู่ในวงแขนของฮิราโกะพยายามร้องห้าม
เพื่อนๆ "รู้ไม่ใช่เหรอว่านั่นคือเค็นเซย์!? แบบนั้น... ค่อก แค่ก แค่ก!!"
ท่อนท้ายทั้งไอทั้งสำลักจนตัวโยนจากอาการบาดเจ็บ

"เจ้าน่ะเงียบไปเลย" ฮิราโกะฉวยโอกาสเอ่ยตัดบททันที พร้อมกับหันไป
มองเค็นเซย์นิ่ง "ก็เพราะนั่นคือเค็นเซย์น่ะสิ ถึงต้องหยุดไว้ให้ได้ไงล่ะ"

"ถูกแล้วฮิโยริ" โรสหัวหน้าหน่วย 3 เอ่ยสนับสนุนพร้อมเลื่อนมือไป
จับด้ามดาบ "เพราะเค็นเซย์คือเพื่อนคนสำคัญ พวกเราถึงต้องหยุด
ไว้ให้ได้"

"ไม่ต้องห่วง" ริสะเอ่ยรับรองอีกแรง ขณะเปลือยคมดาบออกมาตั้งท่า
พร้อมสู้ "วิธีหยุดโดยไม่ต้องฆ่าน่ะมีออกถมไป"

พูดจบ ริสะก็ปรายตาไปมองโรสที่ยืนอยู่ข้างซ้ายและพูด "ข้าจะจัดการ
เอ็นมือกับเท้าซ้าย เจ้าจัดการเอ็นมือเท้าข้างขวาก็แล้วกัน"

"ออลไรท์" นายเหนือแห่งหน่วย 3 รับคำ แล้วทั้ง 2 ก็พุ่งตัวแยกออกไป
แล้วเข้าจู่โจมฮอลโลว์เค็นเซย์พร้อมกันจากทางซ้ายและทางขวาตามที่
นัดแนะกันไว้ทันที

แต่ชั่วขณะที่พุ่งตัวออกไปนั้นเอง หางตาอันไวสมกับเป็นรองหัวหน้า
หน่วยของริสะ ก็เห็นร่างเงาสายหนึ่งพุ่งตัดเข้ามาทางด้านหลังของ
โรสในลักษณะพิกล

อันดับ 2 แห่งหน่วย 8 ตะลึงวาบ แม้ความเร็วจากการเคลื่อนไหวทั้ง
ของตัวเองและของอีกฝ่ายจะทำให้มองเห็นรูปร่างหน้าตาของ
เจ้าของร่างเงานั้นไม่ถนัด แต่ก็มองเห็นอยู่เลาๆ ว่าร่างเงานั้นกำลังกลับ
ตัวเปลี่ยนท่ากลางอากาศมาเป็นเงื้อเท้าขึ้นสูงไปในอากาศ แล้ว
ฟาดเปรี้ยงลงไป หมายกลางกระหม่อมของโรสเป็นเป้า!!

"โรส! ข้างหลัง!!" ริสะตะโกนออกไปจนสุดเสียง แต่หล่อนร้องเตือน
ช้าไปเสียแล้ว ส้นเท้าของผู้ลอบจู่โจมซัดตูมลงกลางกบาลของโรส
เต็มเหนี่ยว เร็วและแรงจนนายเหนือแห่งหน่วย 3 ไม่มีโอกาสแม้แต่
จะแว้งตัวไปสวนกลับ แรงตอกมหาศาล ส่งร่างสูงเพรียวพุ่งแหวก
อากาศดังเฟี้ยวลงกระแทกพื้นดินเบื้องล่างจนแตกกระจายในบัดดล

"โรส!" ริสะร้องเสียงหลง พร้อมวิ่งเข้าไปดูอาการของหัวหน้า
หน่วย 3 ที่นอนแน่นิ่งท่ามกลางเศษหินเศษดินที่แตกเละ ขณะที่
ฮิราโกะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของร่างเงาลึกลับที่ลอบจู่โจมเพื่อน
ร่วมทีมของตน

ร่างนั้นยืนนิ่งอยู่กลางอากาศราวกับหุ่นยนต์ ด้วยอณูวิญญาณเบาบาง
ที่รวมกันเป็นที่หยั่งใต้เท้าให้ยืนได้แม้แต่กลางอากาศที่ไม่มีอะไรเลย
ท่อนบนสวมเสื้อสีดำคล้ายเสื้อสำหรับเครื่องแบบยมทูต แต่ท่อนล่าง
กลับสวมกางเกงคล้ายกางเกงขายาวเข้ารูปสีขาว เผยให้เห็น
รูปร่างบอบบางสะโอดสะองเหมือนเด็กสาว ใบหน้าสวมหน้ากากที่มี
โครงหน้ารูปร่างคล้ายหัวใจ กับช่องดวงตากลมโตสีดำสนิทและ
เส้นคล้ายหนวด 2 เส้นที่ด้านบนหน้ากาก ดูๆ ไปคล้ายกับหน้ากาก
รูปหน้ามดหรือหน้าผีเสื้อมากกว่าหน้ากากรูปหัวใจ

แม้หน้ากากจะปิดบังใบหน้าไว้จนมองไม่เห็นว่าเป็นใคร แต่เรือนผม
สีเขียวกับทรงผมอันคุ้นเคย ผ้าพันคอสีส้มที่พันอยู่รอบคอ และ
ตรารองหัวหน้าหน่วย 9 ที่แขนซ้ายก็มากเกินพอที่จะบอกถึงตัวตน
แท้จริงของอีกฝ่ายได้

"มาชิโระเรอะ!?" ฮิราโกะตะคอกถาม เรียกให้ฮอลโลว์มาชิโระหันมา
ตามเสียงทันที ไม่ใช่เพื่อตอบรับยืนยันตัวตนของตัวเอง แต่เพื่อดีด
ตัวขวับเข้าใส่ และตวัดตัวกลางอากาศตอกส้นเปรี้ยงเข้าใส่ฮิราโกะ
แบบเดียวกับที่ใช้เล่นงานโรสจนร่วงไปตะกี้นี้

แม้การเคลื่อนไหวของมาชิโระในสภาพฮอลโลว์จะรวดเร็วปานสายฟ้า
แต่เมื่อจู่โจมเข้าใส่คนระดับหัวหน้าหน่วยอย่างฮิราโกะแบบตรงๆ ซึ่งๆ
หน้า ก็ไม่มีทางเข้าเป้าได้ ฮิราโกะยกดาบฟันวิญญาณขึ้นป้องกันการ
โจมตีไว้ได้แบบฉิวเฉียด แรงปะทะขณะดาบกับส้นเท้ากระทบกัน
รุนแรงขนาดทำเอาฮิราโกะสะเทือนไปทั้งร่าง และทำเอาพื้นดินใต้เท้า
ของฮิราโกะถึงกับแตกกระจุย

แม้จะรับการโจมตีไว้ได้ แต่แรงกดที่ส่งผ่านร่างกายมายังส้นเท้าขณะ
ยันการโจมตีกันอยู่กลางอากาศนั้นก็ทรงพลังมหาศาลจนฮิราโกะตะลึง
ด้วยสัมผัสได้ว่าทั้งความเร็ว พลังโจมตี กระทั่งพลังกดดันวิญญาณ
ของอีกฝ่ายนั้นเพิ่มขึ้นมหาศาลผิดจากมาชิโระคนเดิมสมัยเป็น
ยมทูตลิบลับ

ในตอนนั้นเอง

"โกะจูเท็คคัน (ห้าเสาเหล็กทะลวง)"

เสาเหล็กมหึมา 5 ต้นพุ่งเฟี้ยวลงมาจากท้องฟ้า ตรึงมือเท้าของ
ฮอลโลว์มาชิโระจนกระดุกกระดิกไปไหนไม่ได้ ช่วยฮิราโกะให้หลุด
จากการปะทะพลังที่ส่อแววจะเสียเปรียบไปได้อย่างหวุดหวิด เขาหัน
กลับไปมอง พบร่างใหญ่อ้วนกลมเหมือนตุ๊กตาล้มลุกของฮัตช์ยืน
พนมมือหอบฮั่กๆ อย่างเหนื่อยอ่อนอยู่ตรงนั้น

"ทุกคนวิ่งเร็วกันจังนะขะรับ" อันดับ 2 แห่งหน่วยวิถีมารเอ่ยปาก
ทั้งหอบ พร้อมกับหันไปทางฮอลโลว์เค็นเซย์ที่กำลังพันตูกับเลิฟอยู่
แล้วยกมือขึ้นทำท่าบริกรรมคาถา

"วิถีพันธนาการที่ 63 ซาโจซาบาคุ"

โซ่ตรวนเส้นเท่าขาอ่อนปรากฏขึ้นพันธนาการฮอลโลว์เค็นเซย์ไว้
จนแน่น ร่างยักษ์ที่สูญเสียสมดุลจากการถูกมัดกะทันหันเสียหลัก
ร่วงจากกลางอากาศลงสู่พื้นดินในทันที

สะกดการเคลื่อนไหวเพื่อนร่วมอาชีพที่กลายเป็นฮอลโลว์เสร็จ
ฮัตช์ก็หันไปถามฮิราโกะว่านี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมเค็นเซย์กับมาชิโระ
ถึงมีสภาพเป็นแบบนี้ไปได้ แต่ถามยังไม่ทันจบคำ เสียงเปรี๊ยะๆ
อย่างเสียงโลหะที่กำลังแตกร้าวก็ดังขึ้น เรียกให้ฮัตช์ชะงักคำถาม
แล้วหันกลับไปดู

รองหัวหน้าหน่วยวิถีมารยืนตะลึงอยู่กับที่ เมื่อเห็นว่าโซ่เหล็กเส้น
เท่าขาอ่อนที่สร้างจากวิถีมารอันทรงพลังถึงระดับที่ 63 บัดนี้
กำลังถูกดันจนปริร้าวทีละน้อยๆ ด้วยแขนซ้ายเพียงข้างเดียว!!

ตัดฉากกลับไปยังที่ทำการหน่วย 12 ทางด้านหลังตึกที่ทำการหน่วยซึ่ง
มีแสงเพียงสลัวๆ เพราะไม่มีคนคอยเฝ้า ร่างในผ้าคลุมสีดำมิดหัวร่าง
หนึ่งกำลังย่องตอดออกมาจากประตูหลัง ผ่านแนวกอหญ้าที่ขึ้นเป็นรก
เป็นพงอย่างเงียบกริบ

"สร้างของแปลกๆ ออกมาอีกแล้วนะขอรับ" เสียงทุ้มห้าวแต่สุภาพ
นุ่มนวลดังขึ้น พร้อมกับร่างของเท็ตไซก้าวออกจากความมืดมายืนอยู่
ต่อหน้าร่างในชุดคลุมดำ "ถึงกับสร้างผ้าคลุมที่สามารถปิดกั้นร่องรอย
พลังกดดันวิญญาณอย่างสมบูรณ์ขึ้นมาได้นี่ ไม่ใช่ธรรมดาเลยนะขอรับ"

ร่างในชุดคลุมนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ แล้วเลิกผ้าส่วน
ที่คลุมใบหน้าออก เผยให้เห็นว่าผู้ที่อยู่ใต้ผ้าคลุมผ้านั้นก็คือ
"อุราฮาร่า คิสึเกะ" นั่นเอง

"จะไปช่วยรองหัวหน้าของท่านหรือขอรับ" นายเหนือแห่งหน่วย
วิถีมารถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "เห็นท่าทางของท่านตอนประชุม
หัวหน้าหน่วย ข้าก็สังหรณ์ใจอยู่แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้"

"สมเป็นคุณจริงๆ นะครับ..." อุราฮาร่าตอบพลางหลบสายตาลง

"...ก็เราถูกเลี้ยงมาในบ้านของท่านโยรุอิจิด้วยกันนี่นา" เท็ตไซก้ม
หน้าลงเล็กน้อย น้ำเสียงคลายความเคร่งขรึมลงไปมาก "เรื่องแค่นี้
คิดหรือว่าข้าจะไม่รู้"

บรรยากาศอึดอัดครอบงำทั้งคู่อยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่อุราฮาร่าจะ
เป็นฝ่ายทำลายความอึดอัดนั้นลง "ให้ผมผ่านไปไม่ได้หรือครับ?"

"พูดจาเอาแต่ใจตัวเองเหลือเกินนะครับ" คือคำตอบของเพื่อน
ผู้ถูกเลี้ยงมาในบ้านเดียวกันจนสนิทเหมือนพี่น้อง ...และเป็นคำที่
อุราฮาร่าถือว่านั่นคือคำปฏิเสธจะให้ผ่านไปโดยไร้การต่อสู้ขัดขืน

ชั่วขณะที่อุราฮาร่าเกร็งร่างขึ้น เตรียมพร้อมจะหาทางหนีทีไล่ไป
ให้พ้นจากการปิดทาง ผู้ปิดทางก็กลับเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนที่เขา
จะทันได้ทำอะไร

"ข้าปล่อยให้ท่านไปเพียงคนเดียวไม่ได้หรอกครับ" คำพูดของ
เพื่อนร่วมบ้านอุปถัมป์เดียวกัน ทำเอาอุราฮาร่าถึงกับยืนเซ่อ ด้วย
รู้สึกผิดคาดกับท่าทางของอีกฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง "ข้าเองก็รู้สึกได้
เช่นกัน ความกลัวที่ไม่อาจบรรยายได้ในค่ำคืนนี้ เอาละ!"

ท่อนท้ายเท็ตไซขึ้นเสียงสูงแล้วเงยหน้าขึ้นมองอุราฮาร่า แม้แว่นที่
สวมใส่จะสะท้อนแสงจนไม่อาจมองเห็นดวงตาหลังกรอบแว่น
แต่อะไรบางอย่างในสีหน้าและทีท่าก็บอกถึงความรู้สึกในใจ
ของเขาได้มากเกินพอ

"รีบไปยังที่ที่พวกเขาเหล่านั้นอยู่กันเถอะขอรับ!"



Anime: Bleach Episode 171 [ คลิกดูรูปใหญ่ ]

Comment

Comment:

Tweet


อีกวันเดียวชีโร่จังก็จะมาในเว็บแล้ว~~
#5 by เนย (58.9.234.20) At 2008-05-31 13:16,
#4 by เนย (58.9.234.20) At 2008-05-31 13:14,
มันดี ท่านมายูริคับบบ...
#3 by ''งง'' (124.121.26.61) At 2008-05-30 22:28,
sad smile
#2 by (202.142.204.2) At 2008-05-29 15:28,
คนแรก ฮ่าๆๆๆ
#1 by poppo (222.3.75.129) At 2008-05-25 23:35,